แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้หวัดใหญ่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้หวัดใหญ่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565

โควิด-19, ไข้เลือดออก, ไข้หวัดใหญ่ อาการแตกต่างกันอย่างไร

 อาการของโควิด-19, ไข้เลือดออก, ไข้หวัดใหญ่ อาจจะใกล้เคียงกันจนแยกไม่ค่อยออก แต่จริงๆ แล้วมีจุดสังเกตง่ายๆ อยู่ หากสงสัยว่าเป็นโรคไหน จะได้เตรียมรับมือได้ถูกวิธี

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"ขี้แมวขึ้นสมอง" โรคร้ายที่ทาสแมวควรระวัง



 สำหรับผู้ที่กำลังตกเป็นทาสแมวควรอ่านให้ดี จะพาทุกคนไปรู้จักกับ โรคขี้แมวขึ้นสมอง ซึ่งมีตัวการมาจากน้องเหมียวในบ้านคุณ แต่จะมาจากสาเหตุอะไร และมีอาการร้ายแรงต่อมนุษย์ หรือผู้เลี้ยงมากน้อยแค่ไหนนั้น

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2563

"ไข้หวัดใหญ่" อาจเสี่ยงอันตรายหนัก หากไม่ได้รักษากับหมอ

 


  • ไข้หวัดใหญ่ทำให้เกิดอาการรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิตได้ บุคคลที่ต้องระวังอย่างมาก คือ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอด 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม และผู้พิการทางสมอง

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563

อาการโรค "ปอดอักเสบ" ที่ควรสังเกตทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง


  • อาการของปวดบวมปริศนา คือ มีไข้ หายใจลำบาก ดูจากภาพเอ็กซเรย์หน้าอกจะเห็นรอยโรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในปอดทั้ง 2 ข้าง

  • หากมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว เพิ่งกลับมาจากพื้นที่ที่พบการระบาด แล้วมีอาการ มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา

  • ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีเพราะไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้มาก

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562

“อาบน้ำ” หลังกลับจากท่องเที่ยวทันที อาจเสี่ยงโรคได้

ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากเพิ่งกลับจากท่องเที่ยว หรือพักผ่อนนอกบ้านนาน ๆ อย่าเพิ่งเปิดฝักบัวแล้วอาบน้ำทันที เพราะอาจเสี่ยงโรคโดยไม่รู้ตัวได้

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562

7 วิธีป้องกัน "ไข้หวัดใหญ่" ทำได้ทุกเพศทุกวัย


ไข้หวัดใหญ่ (Influenza หรือ flu) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการ เช่นน้ำมูกไหล ไอจาม เจ็บคอ ที่รุนแรงและเฉียบพลันกว่าไข้หวัดธรรมดา แม้ไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคที่หายได้ด้วยตัวเอง แต่หากเป็นแล้วก็อาจต้องใช้เวลาพักรักษาตัวหลายสัปดาห์กว่าจะหายเป็นปกติ และสำหรับผู้ที่เป็นหอบหืด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หากคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ขึ้นมา อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ทางที่ดีคุณจึงควรป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ตั้งแต่แรก ด้วยวิธี ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงเหล่านี้

1. ฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดก็คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในแต่ละปีจึงสามารถเปลี่ยนสายพันธุ์ได้ตลอด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำว่าผู้ที่มีอายุเกิน 6 เดือนทุกคนสมควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และควรรีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ไม่ควรรอให้ถึงช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดแล้วจึงค่อยไปฉีด เพราะหลังจากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้ว ร่างกายจะต้องใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน ถึงจะมีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม วัคซีนไข้หวัดใหญ่ส่วนมากจะมีโปรตีนไข่ไก่ผสมอยู่เล็กน้อย ฉะนั้นหากคุณแพ้ไข่ควรแจ้งให้คุณหมอทราบก่อนที่จะฉีดวัคซีน

2. ไอจามอย่างถูกวิธี

คุณควรใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกขณะไอจาม และทิ้งลงถังขยะทันทีที่ใช้เสร็จ หรือถ้าไม่มีกระดาษทิชชู่ ก็สามารถไอจามใส่ข้อพับหรือแขนเสื้อด้านบนแทนได้ แต่ต้องไม่ลืมล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่ผู้อื่น เพราะเชื้อโรคที่แพร่กระจาย อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดใหญ่ แต่ยังรวมไปถึงโรคระบบทางเดินหายใจรุนแรง เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหัวใจจากไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) โรคไอกรน โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส (SARS)

3. ล้างมือบ่อยๆ

ในแต่ละวัน มือของเราสัมผัสสิ่งต่างๆ มากมาย การล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 15 วินาที เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ รวมไปถึงเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วย แต่หากคุณไม่สะดวกล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ก็สามารถใช้เจลล้างมือแทนได้ เจลล้างมือจึงถือเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ควรพกติดตัวอยู่เสมอ เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้รวดเร็ว และหยิบใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

4. หลีกเลี่ยงฝูงชน

ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคที่ติดต่อที่แพร่ระบาดได้ง่ายมาก ในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด คุณจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมนุมชน แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เช่น ต้องใช้บริการรถสาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดโอกาสในการติดโรค

5. พักผ่อนอยู่บ้านเมื่อป่วย

หากคุณป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เข้าแล้ว ควรอยู่แต่ในบ้านอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือทางที่ดีควรพักผ่อนอยู่บ้านให้หายสนิทก่อน จึงค่อยกลับไปเรียนหนังสือหรือทำงานตามปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองแพร่เชื้อโรคสู่คนอื่น และไม่ให้ตัวเองติดเชื้อโรคอื่นเพิ่มขึ้นเพราะอยู่ในช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

6. รักษาความสะอาดและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

การดูแลรักษาอาคารบ้านเรือน ฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดให้ถูกสุขอนามัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนป่วย สามารถช่วยลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้ นอกจากนี้คุณยังควรดูแลรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดเครียด ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง โอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็น้อยลง

7. ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทำให้เป็นมะเร็ง ทำให้มีริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่ยืนยันว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นไข้หวัดใหญ่บ่อยกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบ และหากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงและมีโอกาสตายจากโรคไข้หวัดใหญ่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ด้วย การงดสูบบุหรี่ หรือเลิกบุหรี่ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ยังลดโอกาสเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย
ที่มา:sanook

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ไม่ควรมองข้าม! 6 โรคฮิต คุกคามชีวิตช่วงหน้าหนาว

แม้ยังไม่มีประกาศว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ จากกรมอุตุนิยมวิทยา แต่ในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ ก็เริ่มสัมผัสลมหนาวกันบ้างแล้ว ไม่แปลกที่อาการป่วยไข้จะเริ่มแวะมาทักทาย โดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กวัยกำลังโต ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีอาการป่วย หรือสุขภาพไม่แข็งแรง และโรคที่มักมากับหน้าหนาว มีดังนี้