จำได้ว่าช่วงปีแรกที่ทำงาน เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เป็นช่วงที่สนุกกับชีวิตมาก ทำงานเหนื่อย แต่ก็รู้สึกได้ถึงชีวิตที่อิสระ ก็เลยกินเพลินไปนิดจนน้ำหนักขึ้น ตอนหลังสังเกตเห็นก้อนปูดๆ ด้านหลังเหนือเอวข้างขวา ปูดออกมาเหมือน “ปีก” เวลาใส่ชุดชั้นในมันปูดออกมาจนลูบๆ ดูแล้วรู้สึกว่าไม่ปกติ แต่ก็ยังคิดว่าเป็นเพราะอ้วน (ฮา) จนกระทั่งผ่านไปอีกสักพัก รู้สึกว่าก้อนมันใหญ่ขึ้น เลยต้องไปหาหมอ เลยพบว่าตัวเองเป็น “
เนื้องอกไขมัน”
เนื้องอกไขมัน คืออะไร?
ก้อนเนื้อไขมัน คือภาษาอังกฤษเรียกว่า Lipoma หรือ Fatty Tumor เป็นก้อนไขมันที่นูนอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง กดแล้วรู้สึกหยุ่นๆ ไม่เจ็บปวด เป็นเนื้องอกของเนื้อเยื่ออ่อนที่มีขนาดตั้งแต่เล็กกว่า 2 นิ้ว ไปจนถึง 8 นิ้ว (แต่ส่วนใหญ่จะพบขนาดเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก) โดยเจ้าเนื้องอกไขมันนี้จะค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ นานนับเดือน หรือปี
เนื้องอกไขมัน เกิดจากสาเหตุใด?
ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของเนื้องอกไขมัน มีแต่การสันนิษฐานว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่เนื้องอกไขมันเป็นกลไกการตอบสนองของบริเวณที่มีการบาดเจ็บ หรืออาจถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม หรือเกิดขึ้นในคนที่น้ำหนักขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยัน 100%
ใครที่เสี่ยงพบเนื้องอกไขมันบ้าง?
เนื่องจากยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่พบ จึงกำหนดปัจจัยเสี่ยงได้ยาก แต่มักพบในผู้ใหญ่วัย 40-60 ปี มากกว่าวัยอื่นๆ (แต่ก็สามารถพบได้ในทุกวัย) พบในผู้ชายบ่อยกว่าผู้หญิง และอาจพบได้หลายก้อนในคนเดียว
เนื้องอกไขมัน พบได้ในส่วนใดของร่างกายบ้าง
เนื้องอกไขมันพบได้ในบริเวณทั่วไปของร่างกาย แต่มักพบที่หลังส่วนบน ไหล่ แขน รักแร้ ก้น และต้นขา
เนื้องอกไขมัน อันตรายหรือไม่?
เนื้องอกไขมันส่วนใหญ่ไม่เจ็บปวด ไม่เป็นอันตราย เพียงแต่ต้องรีบรักษาก่อนที่ก้อนจะขยายใหญ่ไปมากกว่าเดิม หรือป้องกันก้อนเนื้อไปเบียด หรือทับอวัยวะอื่นๆ
เนื้องอกไขมัน มีวิธีรักษาอย่างไร?
หากพบเนื้องอกไขมัน แพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อออก หรือฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดขนาดของก้อนเนื้อ(แต่ก้อนเนื้อยังอยู่) หรืออาจใช้วิธีดูดไขมันแบบไลโปซักชั่น (Liposuction)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จากประสบการณ์ส่วนตัวของเรา แพทย์บอกว่ามีโอกาสที่จะมีเนื้องอกไขมันซ้ำที่เดิม หรือไปงอกตามส่วนอื่นของร่างกายได้อีกในอนาคต แต่ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคน ถ้าพบเนื้องอกอีกให้รีบไปพบแพทย์ก่อนที่ก้อนเนื้องอกจะขยายใหญ่ขึ้น เพื่อทำการรักษาได้ง่ายขึ้นค่ะ
ที่มา:sanook