วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562

7 วิธีป้องกัน "ไข้หวัดใหญ่" ทำได้ทุกเพศทุกวัย


ไข้หวัดใหญ่ (Influenza หรือ flu) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการ เช่นน้ำมูกไหล ไอจาม เจ็บคอ ที่รุนแรงและเฉียบพลันกว่าไข้หวัดธรรมดา แม้ไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคที่หายได้ด้วยตัวเอง แต่หากเป็นแล้วก็อาจต้องใช้เวลาพักรักษาตัวหลายสัปดาห์กว่าจะหายเป็นปกติ และสำหรับผู้ที่เป็นหอบหืด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หากคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ขึ้นมา อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ทางที่ดีคุณจึงควรป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ตั้งแต่แรก ด้วยวิธี ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงเหล่านี้

1. ฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดก็คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในแต่ละปีจึงสามารถเปลี่ยนสายพันธุ์ได้ตลอด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำว่าผู้ที่มีอายุเกิน 6 เดือนทุกคนสมควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และควรรีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ไม่ควรรอให้ถึงช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดแล้วจึงค่อยไปฉีด เพราะหลังจากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้ว ร่างกายจะต้องใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน ถึงจะมีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม วัคซีนไข้หวัดใหญ่ส่วนมากจะมีโปรตีนไข่ไก่ผสมอยู่เล็กน้อย ฉะนั้นหากคุณแพ้ไข่ควรแจ้งให้คุณหมอทราบก่อนที่จะฉีดวัคซีน

2. ไอจามอย่างถูกวิธี

คุณควรใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกขณะไอจาม และทิ้งลงถังขยะทันทีที่ใช้เสร็จ หรือถ้าไม่มีกระดาษทิชชู่ ก็สามารถไอจามใส่ข้อพับหรือแขนเสื้อด้านบนแทนได้ แต่ต้องไม่ลืมล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่ผู้อื่น เพราะเชื้อโรคที่แพร่กระจาย อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดใหญ่ แต่ยังรวมไปถึงโรคระบบทางเดินหายใจรุนแรง เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหัวใจจากไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) โรคไอกรน โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส (SARS)

3. ล้างมือบ่อยๆ

ในแต่ละวัน มือของเราสัมผัสสิ่งต่างๆ มากมาย การล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 15 วินาที เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ รวมไปถึงเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วย แต่หากคุณไม่สะดวกล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ก็สามารถใช้เจลล้างมือแทนได้ เจลล้างมือจึงถือเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ควรพกติดตัวอยู่เสมอ เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้รวดเร็ว และหยิบใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

4. หลีกเลี่ยงฝูงชน

ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคที่ติดต่อที่แพร่ระบาดได้ง่ายมาก ในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด คุณจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมนุมชน แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เช่น ต้องใช้บริการรถสาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดโอกาสในการติดโรค

5. พักผ่อนอยู่บ้านเมื่อป่วย

หากคุณป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เข้าแล้ว ควรอยู่แต่ในบ้านอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือทางที่ดีควรพักผ่อนอยู่บ้านให้หายสนิทก่อน จึงค่อยกลับไปเรียนหนังสือหรือทำงานตามปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองแพร่เชื้อโรคสู่คนอื่น และไม่ให้ตัวเองติดเชื้อโรคอื่นเพิ่มขึ้นเพราะอยู่ในช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

6. รักษาความสะอาดและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

การดูแลรักษาอาคารบ้านเรือน ฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดให้ถูกสุขอนามัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนป่วย สามารถช่วยลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้ นอกจากนี้คุณยังควรดูแลรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดเครียด ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง โอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็น้อยลง

7. ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทำให้เป็นมะเร็ง ทำให้มีริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่ยืนยันว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นไข้หวัดใหญ่บ่อยกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบ และหากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงและมีโอกาสตายจากโรคไข้หวัดใหญ่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ด้วย การงดสูบบุหรี่ หรือเลิกบุหรี่ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ยังลดโอกาสเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย
ที่มา:sanook

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

เตือน! กิน "หนานเฉาเหว่ย” อย่างไรให้ถูกวิธี ก่อนเกิดผลร้ายต่อร่างกายแทน

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่าปัจจุบันประชาชนหันมาให้ความสนใจในศาสตร์ด้านการแพทย์ทางเลือกเพิ่มมากขึ้น โดยใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดรักษาโรค ด้วยสรรพคุณมากมาย จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากสมุนไพรวางจำหน่ายในท้องตลาดมากขึ้น ตามกระแสของการให้ความใส่ใจในสุขภาพของคนในสังคม

ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ เสี่ยง “มะเร็งหลอดอาหาร” หรือไม่?

วันใหม่ที่อาจจะง่วงหงาวหาวนอน ทำให้หลายคนต้องการเครื่องดื่มที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า และคงหนีไม่พ้นเครื่องดื่มอย่าง ชา หรือกาแฟ และหลายคนก็เลือกที่จะดื่มแบบร้อนมากกว่าแบบเย็น แต่การดื่มเครื่องดื่มร้อนที่ร้อนจัดๆ อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างโรค “มะเร็ง” ได้

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

"คันทวารหนัก" อาจอันตราย เสี่ยง "พยาธิ"

อาการคันบริเวณทวารหนัก (Anal pruritus) เป็นผลจากการมีการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณรูเปิดทวารหนัก และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งสาเหตุของการคันอาจเกิดได้จาก การได้รับสารที่ฤทธิ์ระคายเคืองเช่น การรับประทานอาหารรสจัด ยาปฏิชีวนะบางชนิด การสัมผัสสิ่งกระตุ้นให้ระคายเคืองเช่น การใช้กระดาษชำระที่มีผลต่อการระคายเคืองเนื้อเยื่อรอบทวารหนัก

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562

5 โรคอันตรายถึงชีวิตที่มาพร้อม “ยุง”

ถึงแม้ว่าเราจะพบเห็น “ยุง” ในเมืองไทยกันบ่อยจนเป็นเรื่องธรรมดา เห็นเกาะแขนเกาะขา หรือบินวนๆ อยู่รอบๆ ก็หันไปตบกันเปาะแปะๆ หรือถูกกัดเมื่อไรก็ปล่อยทิ้งไว้บ้าง ทายาหม่องบ้าง เดี๋ยวก็หายไปเอง แต่จริงๆ แล้วแค่ “ยุงกัด” เนี่ยแหละที่ทำให้คนตัวใหญ่ๆ ล้มหมอนนอนเสื่อ เข้าโรงพยาบาล หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว จะมีโรคอะไรบ้าง  มีคำตอบค่ะ

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562

6 พฤติกรรมเสี่ยงทำร้าย “ไต” แม้ไม่กินเค็ม

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ แนะประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ลดการปรุงอาหารให้น้อยที่สุด ลดการทานอาหารสำเร็จรูป ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่ออนามัยที่ดีลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

9 โรคที่ "ทันตแพทย์" สามารถสังเกตได้จากการ "ตรวจฟัน"

การเปิดปาก บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด ไม่ได้หมายถึงแค่บอกสุขภาพฟัน หรือบอกทัศนคติเมื่อคุณเปิดปากพูด แต่หมายถึง ภายในช่องปากของคุณ สามารถบอกโรคภัยหรือสุขภาพร่างกายของคุณได้แบบแม่นๆ ด้วย