แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สูงอายุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สูงอายุ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2565

รักษา "กระดูกสันหลังหักยุบ" ด้วยซีเมนต์-บอลลูน

 อาการ กระดูกสันหลังหักยุบในผู้สูงอายุ นำมาซึ่งความเจ็บปวดทรมาน ผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง วิธีการผ่าตัดรักษาจึงอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมกับผู้สูงอายุเท่าไรนัก ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงระหว่างการรักษา ฉะนั้น การรักษาอาการกระดูกสันหลังหักยุบในผู้สูงอายุ จะต้องได้รับการพิจารณาการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564

แพทย์แนะ ผู้ป่วย "ข้อเข่าเสื่อม" ดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงโควิด-19

 “โรคข้อ” คือภัยเงียบที่ส่งผลต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งพบได้มากในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มที่จะพบสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564

กรมควบคุมโรคเตือน "ไม่ล้างมือ" เสี่ยง "ตาแดง"

 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนระวังป่วยโรคตาแดงในช่วงฤดูฝน เผย พบผู้ป่วยในปีนี้กว่า 2 หมื่นรายแล้ว และโรคนี้สามารถหายเองได้ใน 2 สัปดาห์ แนะรักษาความสะอาดโดยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หากมีอาการตาแดงและมีปัญหาตาพร่ามัว ให้รีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Eye Floater เห็น "จุดดำ" ลอยไปมา อันตรายไหม?

 เคยเป็นไหมเวลาที่อากาศร้อนๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเจอเส้นดำๆ หรือฝุ่นขยุกขยุยลอยไปลอยมาในตาของเรา ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั่นไม่ใช่ฝุ่นปริศนา หรือพยาธิอะไรหรอกไว้ใจแซลมอนมื้อก่อนที่คุณกินได้เลย แต่นี่คืออาการมองเห็นเงาดำที่เกิดจากน้ำวุ้นในตา หรือที่เรียกว่า Eye Floaters

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564

สาเหตุ “ตาปลา” และวิธีรักษาที่ถูกต้อง

 ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีก้อนกรวด ติดอยู่กับเท้าตลอดเวลาจึงรู้สึกเจ็บเมื่อเดินทั้งเวลาสวมรองเท้า หรือแม้เดินด้วยเท้าเปล่าอาจทำให้รบกวนการใช้ชีวิตได้

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564

ภาวะ "เปลือกตาหย่อน" อันตรายหรือไม่ แก้ไขได้อย่างไร

 นอกจากเปลือกตาหย่อนจะทำให้ดูมีอายุแล้ว ยังอันตรายเพราะบดบังทัศนวิสัยด้วย จะมีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

วิธีสังเกตว่าเชื้อ “โควิด-19” ลงปอดเเล้วหรือยัง?

 อาการของผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ละคนใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เพราะหากเชื้อไวรัสเข้าสู่ปอดแล้ว อาจมีอาการมากกว่าแค่อาการคล้ายหวัด แต่อาจมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมากกว่าจะขอรับบริการ home isolation

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

“ผู้สูงอายุ” ป้องกันตัวเองจาก “โควิด-19” ได้อย่างไร?

ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยมากกว่า 80 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ วิธีเหล่านี้จะช่วยดูแลสุขภาพของคนชราเหล่านี้ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสได้

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

ไวรัสโคโรนา: แพทย์เผย “คนอ้วนมาก” เสี่ยงติดเชื้อไวรัส “โควิด-19”

นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยถึงกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ว่า “คนอ้วน” จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสด้วย นอกจากผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างที่ทราบกันไปก่อนหน้านี้แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ผู้ป่วย “เบาหวาน” เสี่ยง “เครียด-ซึมเศร้า” ครอบครัวควรช่วยเหลือ

โรคเบาหวาน เมื่อป่วยแล้วต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงเกิดผลกระทบทางใจได้สูงกว่าคนทั่วไป ที่เป็นห่วงก็คือปัญหาความเครียดและซึมเศร้าจะมีผลต่อประสิทธิภาพการรักษาด้วย โดยมีผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนปกติทั่วไปประมาณ 2 เท่าตัว

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“ลมชัก” คืออะไร อาการ และวิธีรักษา

โรคลมชักเป็นโรคทางสมองที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถควบคุมและรักษาให้หายขาดได้ แต่เนื่องจากความไม่เข้าใจของสังคม ทำให้ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนหนึ่งต้องพบกับปัญหาในการดำรงชีวิตและเกิดความท้อแท้สิ้นหวัง เนื่องจากอคติและการไม่ยอมรับจากสังคม ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการศึกษาตามระบบหรือไม่สามารถหางานทำได้ ทั้งที่จริงแล้ว ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติ ไม่แตกต่างจากคนทั่วไป

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"กระดูกอักเสบ" ภัยเงียบใกล้ตัว

หากมีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูก เคลื่อนไหวได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  อย่ามองว่าเล็กน้อย อาจเป็นโรคกระดูกอักเสบได้

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อาการ "ขาอยู่ไม่สุข" คันขายุบยิบ ทำคุณภาพการนอนแย่

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เผยอาการขาอยู่ไม่สุข รบกวนการนอน ทำให้นอนไม่หลับ เพื่อควบคุมอาการ และทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ เพื่อประเมินอาการและค้นหาสาเหตุก่อนให้การรักษา

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

4 สัญญาณเสี่ยงโรค “เส้นเลือดหัวใจตีบ” ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม


ปัจจุบัน เทรนด์สุขภาพ การออกกำลังกาย กำลังมาแรง แต่โรคภัยที่อินเทรนด์พอ ๆ กัน และเป็นสาเหตุ ของโรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุดคือ หลอดเลือดหัวใจตีบ  

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดหัวใจ และการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย จึงทำให้มีอัตราเสียชีวิตสูง และต้องการ การรักษาอย่างเร่งด่วนเฉียบพลัน
สถิติผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 150 ต่อวัน หรือปีละ 54,530 คน สถิติผู้เสียชีวิต ทั่วโลกอยู่ที่ 17.7 ล้าน คนต่อปี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกๆ ของคนไทยซึ่งมีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตสุ่มเสียงหรือจากพันธุกรรม 

คนกลุ่มไหนที่มีความเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ?

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคของผู้ใหญ่ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไปจนถึงในผู้สูงอายุ โดยพบได้สูงตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ในช่วงวัยเจริญพันธุ์พบโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ชายได้สูงกว่าในผู้หญิง แต่หลังจากวัยหมดประจำเดือนถาวรแล้ว ทั้งผู้หญิง และผู้ชายมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ใกล้เคียงกัน

4 สัญญาน เสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบควรปรึกษาแพทย์ 

  1. เหนื่อยง่ายเมื่อออกแรงหรือออกกำลัง
  2. เจ็บแน่นหน้าอกเมื่อใช้กำลังเพิ่มขึ้นหรือเมื่อมีความเครียด ในผู้หญิงมักไม่ค่อยพบมีอาการนี้ อาการอาจร้าวไปที่ขากรรไกร ไหล่ และ/หรือ แขนด้านใดก็ได้แต่มักเป็นด้านซ้าย
  3. อาการของโรคหัวใจล้มเหลว (หัวใจวาย) เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว มีอาการบวมหน้า แขน ขา 
  4. มีความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง

วิธีดูแลป้องกันให้ไม่ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

นายแพทย์ ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงวิธีดูแล ป้องกันก่อนป่วยว่า “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบนี้ มักไม่แสดงอาการเมื่อเริ่มเป็นโรค หรือเมื่อหลอดเลือดยังตีบไม่มาก ฉะนั้นวิธีป้องกันและดูแลหัวใจที่ดีที่สุดคือ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกายและจัดการความเครียด จำกัดอาหารไขมัน กินอาหารมีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมโรคต่างๆ ที่เป็น สาเหตุปัจจัยเสี่ยงเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป”  
การปรับวิถีการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ ยังเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องการออกกำลังกายต้องระมัดระวัง ตามสุขภาพร่างกาย กินยาตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ เช่น ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาลดไขมันในเลือด แพทย์อาจวินิจฉัยการขยายหลอดเลือดด้วยเทคนิคต่างๆ และอาจเป็นการผ่าตัด หลอดเลือดหัวใจ นอกจากนั้นผู้ป่วยต้องพบแพทย์ตรงตามนัดเสมอ และเมื่อมีอาการผิดปกติ ไปจากเดิม ควรรีบไปพบแพทย์ ที่สำคัญเมื่อมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกมาก อาจเจ็บร้าวขึ้นขากรรไกร ไปยังหัวไหล่ หรือแขน เหนื่อย หายใจขัด ชีพจรเต้นอ่อน เต้นเร็ว เหงื่อออกมาก วิงเวียนจะเป็นลม หยุดหายใจ หรือโคม่า ให้รีบไปพบแพทย์ หรือไปโรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉิน 

นวัตกรรม TAVI คืออะไร?

โรคลิ้นหัวใจเออร์ติกส์ตีบ อาจเกิดภาวะ หัวใจล้มเหลว และอาจเสียชีวิต หากไม่ได้รับ การรักษาและ นวัตกรรม TAVI คือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ด้วยสายสวนลดความเสี่ยงการผ่าตัด

รศ.นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยศาสตร์หลอดเลือดและทรวงอก โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ข้อมูลเรื่อง โรคลิ้นหัวใจเออร์ติกส์ตีบว่า เป็นโรคทางหัวใจที่ทำให้ ลิ้นหัวใจเออร์ติก เปิดได้ไม่เต็มที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ เพื่อให้สูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เท่าเดิม  
ปัจจุบันช่วงอายุของผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบที่พบอยู่ในช่วงวัยกลางคนถึงวัยสูงอายุเนื่องจากมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งเรื่องของอาหาร อารมณ์ ความเครียด ในขณะเดียวกันคนไข้อายุมากมักมีโรคร่วมต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ไตวาย อัมพาต เบาหวานทำให้ความยุ่งยาก ในการรักษาโรคหัวใจมากขึ้น และอันตรายจากโรคนี้ก็สูงขึ้นด้วย

การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมทางสายสวน หรือ TAVI เป็นนวัตกรรมทางเลือกนอกเหนือจากการผ่าตัด เปิดช่องอก ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะการตีบรุนแรงของลิ้นหัวใจเออร์ติกส์ ส่วนใหญ่การตีบมักเกิด จากความเสื่อม ของลิ้นหัวใจที่มักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุ หรือมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วยหลายโรค ทำให้สภาพ ร่างกายไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องดมยาสลบ และการใช้เครื่องปอดและ หัวใจเทียมระหว่าง ผ่าตัดได้ วิธีการนี้จะช่วยต่อ ชีวิตผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ให้ยืนยาวและมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น
ที่มา:sanook