แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขสันหลัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขสันหลัง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการอย่างไร และวิธีรักษา

 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) ไม่จัดว่าเป็นโรคของกล้ามเนื้อโดยตรง แต่เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง จึงทำให้กล้ามเนื้อตามแขนและขา อ่อนแรงลง กลืนลำบาก พูดไม่ชัด โดยเซลล์เหล่านี้ มีอยู่ในไขสันหลังและสมอง เมื่อเซลล์เสื่อมมัน จะค่อยๆ ตายไปในที่สุด ในทางการแพทย์เรียกชื่อ โรคนี้ว่า โรคของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง (Motor Neuron Disease; MND) หรือโรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม จากสถิติทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ ไม่มากนัก

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แพทย์เตือน! ภูมิคุ้มกันผิดปกติ เสี่ยง "โรคไขสันหลักอักเสบ"


สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์  เตือนโรคไขสันหลังอักเสบ เป็นโรคที่มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทในไขสันหลัง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าทำลายไขสันหลัง หรืออาจเกิดภายหลังการติดเชื้อ

โรคไขสันหลังอักเสบ คืออะไร?

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคไขสันหลังอักเสบ คือโรคที่มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทในไขสันหลัง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าทำลายไขสันหลัง หรืออาจเกิดภายหลังการติดเชื้อ อาทิ โรคติดเชื้อไวรัส โรคทางภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ เช่น โรคเอส แอล อี โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง การได้รับวัคซีน เช่น วัคซีนโรคหัด โรคคางทูม

อาการของโรคไขสันหลังอักเสบ

โรคไขสันหลังอักเสบส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการแสดงของโรคดังกล่าว จะเป็นดังต่อไปนี้
  • แขนขา อ่อนแรง ชา
  • มีอาการผิดปกติของระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ
  • บางรายจะมีอาการแสบร้อน หรือมีอาการคล้ายมีอะไรมารัดตามตัว
  • มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคล้ายเป็นตะคริว


การวินิจฉัยโรคเพื่อหาสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ

  1. การส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูตำแหน่งรอยโรค และเพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจแสดงอาการคล้ายคลึงกัน เช่น การมีก้อนมากดทับไขสันหลัง
  2. การตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูการอักเสบ และส่งตรวจเพื่อหาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ
  3. การตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ซึ่งจะบอกสาเหตุที่แน่ชัดและช่วยวางแผนการรักษาในระยะยาว

การรักษาโรคไขสันหลังอักเสบ

การรักษาถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสต้องให้ยาต้านไวรัส แต่หากเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติในระยะเฉียบพลัน จำเป็นต้องได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา สำหรับการรักษาในระยะยาวขึ้นอยู่กับผลของการตรวจเลือด ถ้าพบว่ามีการกำเริบของโรคจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง   ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 – 5 ปี   ส่วนในกรณีที่เป็นโรคไขสันหลังอักเสบแต่ไม่พบการกำเริบของโรค ผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพียงระยะสั้น 6 เดือน เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันมีผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อ เบาหวาน ไขมันสูง กระดูกพรุน เป็นต้น

การป้องกันโรคไขสันหลังอักเสบ

การป้องกันภาวะปลอกหุ้มเส้นประสาทไขสันหลังอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสนั้น ไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง อาจป้องกันโดยการรักษาสุขอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส โดยผู้ป่วยจะต้องดูแลตนเองที่ดีเมื่อเป็นโรคไขสันหลังอักเสบ คือ ออกกำลังกายสม่ำเสมอทำกายภาพบำบัด ฝึกการขับถ่ายตามแพทย์แนะนำ ดูแลอย่าให้ท้องผูก ป้องกันการติดเชื้อ ในระบบทางเดินปัสสาวะ ทานยาให้ครบถ้วน ไม่ขาดยา และควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการแขนขาอ่อนแรงมากขึ้น
นายแพทย์เมธา อภิวัฒนากุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ  ด้านเวชกรรม สาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยของการเกิดโรคเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง อาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค ร่วมกับปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้น เช่น การติดเชื้อไวรัส
ที่มา:sanook